สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

Google

orther WeB
www.gotwodays.com





วัดพระธาตุดอยคำ อำเภอเมือง เชียงใหม่
   เปิดอ่านแล้ว 6,789 ครั้ง


วัดพระธาตุดอยคำ


ในตำนานว่ากันว่าสร้างในสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์ แห่งนครลำพูน โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 1230 ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านเรียกว่า “ดอยคำ” และต่อมา พ.ศ. 2509 ขณะนั้นวัดดอยคำยังคงเป็นวัดร้าง แต่มีการขุดพบโบราณวัตถุหลายชิ้น อาทิเช่น พระรอดหลวงเป็นพระหินทรายโบราณปิดทององค์ใหญ่, พระสามหอม (พระเนื้อดิน) และพระคง (พระเนื้อดิน) และพระแก้วมรกตประจำองค์ของพระนางจามเทวี หน้าตัก 5 นิ้ว ได้มีชาวบ้านมาพบตอนกรุแตกและได้นำไปบูชาส่วนตัว ไม่สามารถนำกลับมาให้เป็นที่สักการะ

ต่อมากได้มีการบูรณะวัดและบริเวณวัดใกล้เคียงตั้งแต่ พ.ศ. 2524 เป็นต้นมา คือวิหารศาลา วัด หุ้มทรงพระเจดีย์ บูรณะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “พระพุทธนพีสีพิงค์”

และล่าสุดในปี พ.ศ. 2538 ได้มีพิธีเททองหล่อพระอนุสาวรีย์พระเจ้าแม่จามเทวี ณ ลานหลังวัดพระธาตุดอยคำ และมีพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2538

ลักษณะศิลปกรรม องค์เจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา รูปแบบเจดีย์ทรงกลม ดัดแปลงมาลัยเถาเป็นเหลี่ยมศิลปกรรมในวัด
 




The History of Doi Kham Temple

Doi Kham Temple was built in the period of Queen Jammathewee of Lamphun by both of her sons in B.E.1230 [A.D. 687]. It is contained with Lord Buddha’ relies, temple hall, mense and stucco Buddha. Its old name was Suwannabanpot Temple but the villagers like to call it “Doi Kham” temple. According to its history, it was a deserted temple with its broken tresure-house such as Pra Rod Luang which is made from ancient sandstone with its gold and big size and Pra Sam Hom [soil Buddaimmage], For the Emerald Buddha image of Queen Jammathewee, that is about 5 inches big, it is believed to have been taken to a house and impossible to bring to be worshiped it back at all.

 
The renovation of the temple and the area nearby
Since B.E.2524 [A.D.1981] the temple has renovated the pagoda and the main Buddha Image “Lord Buddha Napee Seeping”  and then in B.E. 2538 [A.D.1995] the statue of yard and there was a religious ceremony on 19th February B.E. 2538 [A.D. 1995]              
The appearance of works of the pagoda is in Northern architecture. Its circle top was done due to temple’s works of art.




ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ข้อมูล/ภาพประกอบจาก :
  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  ค้นหาที่กินที่เที่ยว

  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:53 อ่านแล้ว : 7208 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
ปรับปรุง : 9 ส.ค. 2556 13:29:09 อ่านแล้ว : 4946 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 299 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:33 อ่านแล้ว : 5064 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:22 อ่านแล้ว : 5116 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ดูทั้งหมด