สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

Google

orther WeB
www.gotwodays.com





แม่ตะมาน ..ในคืนฝนพรำ
   เปิดอ่านแล้ว 8,064  ครั้ง


เสียงเครื่องยนต์ 3000 ซีซี ดั่งกระหึ่ม ...หัวใจมันพองโต นั่นหมายถึงการเดินทางกำลังจะเริ่มขึ้น อากาศยามเช้า หนาว ..กับหมอกจางๆ การเดินทางที่แสนวิเศษ เชียงใหม่-แม่ริม-แม่แตง-เชียงดาว-แม่ตะมาน
..ที่แรกที่เราแวะชม พระตำหนักดาราภิรมณ์ อำเภอแม่ริม เชียงใหม่ ที่พำนักของเจ้าดารารัศมี พระชายาในสมเด็จฯรัชกาลที่ 5 เมื่อมาถึง สิ่งแรกที่ทำคือ สักการะอนุสาวรีย์เจ้าดารารัศมี..ถ่ายรูปดอกกุหลาบ จุฬาภรณ์กุหลาบสีชมพู ที่ทรงพัฒนาพันธุ์จากต่างประเทศด้วยพระองค์เอง วันนี้มีให้ชมไม่มากนัก แต่ยังคงเค้าความสวยงามให้เห็นอยู่







ดินชมสวนเจ้าสบายด้านข้างของพระตำหนักเดินรอบๆ บริเวณจนทั่วแล้วจึงขึ้นไปชมพระตำหนัก เสียค่าเข้า 20 บาทต่อคน พร้อมแผ่นพับแนะนำสถานที่ ถ้ามาเป็นหมู่คณะ จะมีคนพูดบรรยายแนะนำสถานที่..วันนี้แม้ไม่ได้มาเป็นหมู่คณะแต่ก็มีคนใจดีนำชมและอธิบายรายละเอียดคร่าวๆ ให้เราฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มตั้งแต่ โถงทางเดิน ห้องรับแขก ห้องบรรทม ห้องพักผ่อน ห้องจัดแสดงพระราชวงศ์ ห้องจัดแสดงฉลองพระองค์ และห้องสรง บรรยายแบบกันเองถามได้ตอบได้..^_^ จนครบหมดทุกห้อง จึงเดินลงมาข้างล่างที่มีของที่ระลึกและหนังสือเกี่ยวกับเจ้าดารารัศมี เมืองเชียงใหม่และล้านนา ที่น่าซื้อไว้อ่านและสะสมกันอีกด้วย







เมื่อชมพระตำหนักเจ้าดารารัศมีแล้ว ต้องไปชมวัดป่าดาราภิรมณ์ วัดชั้นพระอารามหลวงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของคลองชลประทาน ชมความอลังการของมณฑปพระจุฬามณีศรีบรมธาตุ (หอแก้ว) และศาสนสถานอีกหลายอย่างเดินเที่ยวได้อย่างเงียบๆ คนไม่มากนัก


บ่ายๆ ก็เดินทางต่อ อากาศดีๆ ไม่มีท่าทางว่าฝนจะตก จนถึงเชียงดาวจึงรับรู้ถึงอากาศที่ชื้นกับร่องรอยของฝนตกเมื่อคืนก่อน ...แต่ทว่าหาทางเข้าไม่เจอจึงแวะถามทางที่ อบต. อะไรสักอย่างที่เชียงดาว เจ้าหน้าที่ใจดี ได้แนะนำเส้นทางให้ เจ้าหน้าที่บอกว่าเมื่อวานฝนตกหนักมาก ..แล้วกำกับท้ายว่าถ้าขึ้นไม่ได้ก็ไม่ต้องพยายามขึ้นนะ ...แหม๋ๆๆ เห็นว่ารถเราแก่ แต่ก็ยังแกร่งนะคราบบบ ^_^

ไม่หวั่น..go go สวมหัวใจสิงห์ขับมังกรเฒ่าขึ้นสู่ดอยแม่ตะมาน ช่วงแรกขับผ่านหมู่บ้าน แอบดีใจว่าทางดีกว่าที่คิดไว้ ขับมาสักระยะเมื่อมาถึงด่านตรวจ เพื่อความแน่ใจจึงถามเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจก่อนขึ้นเขาเป็นระยะทางยาว
“..ขอโทษครับ ผมจะไปพักดอยแม่ตะมาน
รถผมจะขึ้นได้มั้ยครับ ??”
“ได้กะ.. ตะวา รถเก๋งยังขึ้นได้เลย ..
(ได้สิ เมื่อวานนี้รถเก๋งยังขึ้นได้เลย)”

อู้กำเมืองมา กะเลยอู้ตอบ
“ฝนตกนัก ก่คับ (ฝนตกหนักมั้ยครับ)”
“ตะคืนนัก ..แต่วันนี้ยังบ่มีเตื่อ.. (เมื่อคืนตกหนัก แต่วันนี้ยังไม่มี)”
“ถ้าจะอั้นรถผมขึ้นได้แน่คับ..ขอบคุณจ๊าดนักนะคับ (ถ้างั้นรถผม.. ขอบคุณมากนะครับ)”

อะฮ่า.. เราแอบยิ้ม..ถ้ารถเก๋งยังขึ้นได้ ทำไมสี่ล้อทูว์วิวจะขึ้นไม่ได้ ...สบาย! ผ่านไปอีกสักระยะทางบางช่วงเป็นดินชื้นชักลื่นๆ รู้สึกได้ว่าล้อปั่นๆ  เอ... เราก็ลืมถามกลับไปว่า รถเก๋งที่ขึ้นเมื่อวานลงมารึยัง หวังว่าคงไม่ติดอยู่บนเขาแม่ตะมานนะ ถึงเวลานี้แล้วต้องเดินหน้าละครับ ยังมีบรรดานักเดินทางขับตามๆ กันมา พอมีโอกาสมีทางกว้างพอ จึงชิดข้างทางให้แซงขึ้นไปก่อน


พอขับมาได้อีกสักระยะ เฮ้ย!!..สิ้นสุดถนนคอนกรีต เป็นทางลูกรังดินแดงสีน้ำตาลอิฐแต่ก็ยังพอไปได้ ถนนหลังฝนตกหนักเมื่อวานพอเจอแดดของวันนี้ก็แห้งพอที่ยางล้อรถเกาะขึ้นได้ แต่ถ้าเจอดินที่แข็งหรืออ่อนเกินจนล้นหมุนฟรี ก็คงต้องถอยกันละครับ

แล้วจึงค่อยๆ ขับเคลื่อนไปอย่างระวัง จนถึงช่วง 2 กิโลเมตรสุดท้ายเริ่มเป็นทางชัน มีการหมุนฟรีของล้อหลังเล็กน้อยรู้สึกได้จากการเคลื่อนตัวของรถที่เลื่อนออกนอกทาง จนเกือบถอดใจรถผ่านถนนที่เป็นโคลนมาขึ้นเนินที่เป็นคอนกรีตเพราะดินที่เกาะในดอกยาง ที่ให้ลื่นล้อไม่เกาะถนนคอนกรีต ล้อปั่นๆๆ ท้ายปัด ถอย..ครับ ไปตั้งหลัก เอาใหม่ตั้งล้อให้ตรงค่อยเหยียบคันเร่ง รักษารอบต่ำๆ ค่อยเคลื่อนตัวขึ้น ...ในที่สุดเราก็ผ่านมาได้




ทางแคบลื่นคดเคี้ยว 20 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง อากาศเย็นๆ กับหมอกจางๆ ทึมๆ มันคืออะไร?? จะอะไรก็ตามตอนนี้เรามาถึงแล้ว สถานีเกษตรพื้นที่สูง ดอยแม่ตะมาน สันป่าเกี๊ยะ



มาถึงแล้วต้องแจ้งกับลุงสมพร เจ้าหน้าที่ในสถานีแห่งนี้ ซึ่งถ้าใครจองบ้านพักจากคณะเกษตร ขึ้นมาแล้วก็ต้องบอกลุงสมพรเช่นกัน ก่อนที่จะไปชมพื้นที่รอบๆ ก็สอบถามข้อมูลอื่นๆ จากลุงสมพรทั้งเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ และสภาพอากาศ และยังทิ้งท้ายให้เรามั่นใจได้อีก ว่าเมื่อคืนฝนตกหนักไปแล้วคืนนี้มันคงไม่ตกแต่ถ้าฝนตก..ให้ย้ายเต็นท์ไปในอาคารตรงหน้าสำนักงานได้... ต้องขอบคุณอีกครั้งครับ



ค่ำลง..ค่ำลง.. บนดอยแม่ตะมานยังคงเย็นสบาย...หมอกเริ่มหนาขึ้น ..ยังไงก็มองไม่เห็นยอดดอยเชียงดาว จึงจัดการเตาปิ้งย่าง เตรียมอาหารสำหรับค่ำคืนนี้สบายๆ มีลูกชิ้น ไส้กรอก ผลไม้ น้ำ...พร้อม !


ค่ำลง..ค่ำลง.. จนมืดสนิท ที่สถานีเกษตรฯ มีไฟปั่นให้ใช้กัน มีเสียงเพลง เสียงเฮฮาสนุกสนานของเหล่านักเดินทางดังมาแว่วๆ หลังทานอาหารกันอิ่มแล้วจึงเดินถ่ายรูปบรรยากาศยามค่ำคืนกัน สักพักมันเริ่มมาแล้ว จากหมอกมันกลั่นเป็นเม็ดแล้ว  ณ เวลานี้คงอยู่นอกเต็นท์ไม่ได้แล้ว จึงเก็บสัมพารก แล้วเข้าไปพักในเต็นท์ ..นี่มันยังไม่ถึงสองทุ่มเลย... แล้วหมายความว่า.....
นอนฟังเสียงลม กรีดหวีดหวิวผ่านใบสน ยิ่งฟังดูเหมือนแรงยิ่งขึ้น แบตโทรศัพท์ยังพอมีเหลืออยู่จึงเปิดดูแผนที่อากาศในเว็บกรมอุตุฯ ให้ตายหนาวลมหนาวฝนอยู่ที่นี่เถอะจอร์จ! มีกลุ่มเมฆฝนหนาฟ้าคะนองห่างจากที่นี่ไปทางทิศตะวันตกประมาณได้สัก 70-80 กิโลเมตร ย้อนหลังไปดูมันเพิ่งก่อตัวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่เอง นั่นหมายถึงเราต้องนอนฟังเสียงฝน... พรำ...ทั้งคืน และอาจจะเปียกชุ่มไปด้วย ภาวนาว่าให้ลมพัดไปทางอื่นอย่าพัดมาทางนี้ก็แล้วกัน


ฝนหยุดไปบางช่วงมีเสียงฟ้าร้องอยู่ไกลๆ ยังมีเสียงลมอยู่บ้าง ผ่านไปแต่ละชั่วโมง แต่ละนาทีอย่างช้าๆ เวลาเจอปัญหาเวลามันจะช้าเสมอ นี่คือสัจจธรรม
02.59 น. ฝนเริ่มลงเม็ดหนักขึ้นประกอบกับฟ้าร้องนานๆ ครั้ง.. ตอนนี้ไม่ได้กลัวว่าจะนอนตากฝนแต่กลัวลงจากดอยไม่ได้มากกว่า ก่อนหน้านี้ลมแรงมากมันมาทางหลังเขาด้านทิศตะวันตกพร้อมกับเอาฝนมาด้วยอย่างหนัก ตามคำพยากรณ์เป๊ะ ! ขาดอย่างเดียวคือลูกเห็บ



03.45 ฝนหยุด.... ยังมีลมแรงเหมือนเดิม เสียงฟ้าร้องแสงฟ้าแลบ ดูไกลออกไปและทิ้งระยะแสงแปล๊บปล๊าบห่างขึ้น ยังแข็งใจนอนในเต็นท์กลางสายฝน แอบมองลอดช่องผ้าเต็นท์ออกไป ...มีแสงจันทร์ส่องจางๆ หมอกลงลดระดับลงแล้ว แต่บนฝ้ายังมีเมฆลอยอยู่ และเคลื่อนตัวไปตามสายลมที่ยังคงพัดแรงต่อเนื่อง... จนเช้า มีม่านหมอกหนาคล้ายกลุ่มฝนลอยมาเป็นระยะ ไม่เห็นดอยเชียงดาว ไม่มีเงาตะวัน ไม่มีแสงแดด ไม่มีทะเลหมอก มีแต่ประสบการณ์การเดินทางล้วนๆ




รอแล้ว..รอจนถึงยามสายๆ
มีแสงแดดลอดลงมาบ้างแต่ฟ้ายังไม่เปิด จำต้องตัดสินใจลงจากดอยแล้ว เพื่อนนักเดินทางคนอื่นยังรอให้แดดออกถนนแห้งมากกว่านี้ แต่เราคงบอกไม่ได้ว่า..เวลาต่อไปจะไม่มีฝนตกลงมาอีก...ถ้าฝนลงมาอีกเราคงต้องนอนตากฝนอีกเป็นคืนที่ 2 เป็นแน่แท้...

ความทรงจำ ณ สันป่าเกี๊ยะ
บนดอยแม่ตะมาน  ... 
^_^

 

  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  
9,315
859
8,704
8,464
8,190
4,748
8,015
9,546
7,323
7,168
  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:51 อ่านแล้ว : 4411 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:29 อ่านแล้ว : 4737 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 550 บาท
ปรับปรุง : 19 พ.ย. 2558 21:42:10 อ่านแล้ว : 4799 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 5,500,000 บาท
ปรับปรุง : 12 ก.ค. 2556 14:14:38 อ่านแล้ว : 5505 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 35 บาท
ดูทั้งหมด