สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

Google

orther WeB
www.gotwodays.com





เทียวละไมจากเมืองงาย-เมืองแกน สู่ยอดดอยแดนอ่างขาง
   เปิดอ่านแล้ว 14,840  ครั้ง


               ..เข้าเขตอำเภอแม่ริม วันนี้วันหยุดรถไม่ติด เคลื่อนตัวได้ลื่นไหลไปตามเส้นทางที่ผ่านกลางเมือง ฟ้าสางเร็วกว่าที่คิดไว้.. นึกอะไรไม่ออก เห็นป้ายบอกทางเข้าซอยด้านซ้ายมือ “พระตำหนักดาราภิรมณ์” และ “วัดป่าดาราภิรมณ์” จึงเลี้ยวเข้าไปในใจนึกอยากทำบุญตักบาตร แต่เนื่องจากว่าเรามาถึงเช้าเกินไปแล้วไม่ได้เตรียมอะไรมาเพื่อการนี้เลย จึงได้แค่ขับผ่านเข้าไปดูเท่านั้นเท่านั้น แล้วก็กลับเข้าสู่ทางสายหลักเชียงใหม่-ฝางต่อไป

 
เช้าแล้ว..กาแฟมื้อแรกของผมวันนี้ ที่ “ม่อนระมิงค์” ที่พักคนเดินทาง มีอาหารเช้าพร้อม เสบียงอื่นๆ ในร้านอาหารและมินิมาร์ท นั่นคงเป็นทางเลือกของคนทั่วไป.. สำหรับผม.. เพียงแค่กาแฟร้อนๆ สักถ้วยขนมปังสอดไส้สักชิ้น  ก็มีพลังเพียงพอสำหรับการเดินทางต่อ...ไปยังจุดหมาย



พักรถ..พักคน พร้อม! การเดินทางตามแผนจึงเริ่มขึ้น ตั้งใจไปวัดบ้านเด่นสะหลีศรีเมืองแกน จากการดูป้ายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใน “ม่อนระมิงค์” ดูเหมือนไม่ยาก แต่ในแผนที่กูเกิ้ล ในมือถือฉไน!!  ไม่เจอ... ต้องจอดรถ รอสัญญาณ GPS มาก่อนจึงเห็นว่าใช้เส้นทางที่ผ่านหน้าโรงพยาบาลแม่แตงไปได้ ...เมื่อเข้าไปจนถึงคลองชลประทานสายหนึ่งเลี้ยวซ้ายเลียบคันคลองเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตรก็ถึงวัด ....ใหญ่มาก อาณาเขตกว้างขวาง จนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากจุดไหนดี ง่ายที่สุดตอนนี้คือการขับรถวนดูรอบๆ ไปตามกำแพงวัดด้านนอก จนเลยเข้าเขตสงฆ์ด้านหลัง เห็นว่าคงไม่ใช่ทางเห็นธรรมจึงกลับออกมาทางหน้าวัด จอดรถแล้วเดินดูบริเวณรอบ มัน-ใหญ่-มาก ไหว้พระในวิหารพระเจ้าพันองค์ มีสัตว์ป่า หิมพานต์ สองตัว ...ที่ไม่คุ้นตา ไม่เคยเห็นมาก่อน เฝ้าประตูอยู่สองฝั่งซ้ายขวา...สวยดี
 




ถัดไปเป็นมณฑปพระเศรษฐีนวโกฏิ เป็นพระพุทธรูปที่โหรชื่อดังได้สร้างขึ้นถวายวัดทุกภาคในประเทศไทย กระจายกันไป องค์นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น.. ให้พุทธคุณด้านโภคทรัพย์เพิ่มพูน กราบไหว้ให้เป็นศิริมงคล เดินอย่างไรก็คงยังไม่ทั่ว.. อากาศเริ่มร้อนแล้ว เดินไป-มา ชมนั่น นู่น นี่ จนทะลุออกไปทางด้านหลัง เป็นพระมหาเจดีย์นักษัตร อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คิดว่าเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์คงสวยงามไม่แพ้ที่ใดๆ จะต้องกลับมาชมอีกครั้ง..ให้ได้

 


ก่อนออกเดินทางต่อ ผมเข้าไปกราบพระประธานในวิหารมาต๋ามหน้าบุญ (มาตามบุญ)ด้ายซ้ายมือของเรามีรูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์หลายรูป ผมก้มกราบรูปเหมือนของครูบาเทือง นาถสีโล เจ้าอาวาดวัด ดูหมือนมีชีวิตจริงๆ ประหนึ่งว่าท่านจะคุยกับเรา...แค่เห็นก็ศรัทธาแล้ว..
 
จากนั้นก็ต้องเดินทางต่อ... ออกจากวัด..โดยใช้เส้นทางเดิมที่เราเข้ามา เกรงว่าหากใช้เส้นทางลัด อาจจะทำให้ช้ากว่าเดิม.. ^_^ จากเมืองแกน ....สู่เมืองงาย หรือเมืองเชียงดาว ผมใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง มองเห็นดอยเชียงดาว ตระหง่านทางด้านซ้ายมือ ตอนนี้มีเมฆปกคลุมส่วนบนยอดดอย เป็นเอกลักษณ์ของดอยเชียงดาว ที่เป็นภูเขาผุดขึ้นมาจากพื้นราบ จนได้รับการขานนามว่า ดอยหลวงเชียงดาว สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากดอยอินทนนท์


พอมาถึงแยกไปยังตำบลเมืองนะแยกซ้ายเข้าไปอีก ๒-๓ กิโลเมตร โดยประมาณ เพื่อไปไหว้พระสถูปเจดีย์อนุสรณ์สถานแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ...ว่ากันว่าที่ตั้งสถูปแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายหลวง เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จผ่านไปต่อสู้กับทัพพม่า รอบๆ องค์พระสถูป เต็มไปด้วยรูปปั้นไก่ชนขนาดเล็กใหญ่ ที่บรรดาผู้คนที่สมหวังจากแรงอธิษฐานที่ให้ไว้กับพระสถูปแห่งนี้นำมาถวายแก้บน ด้วยพระบารมีแห่งองค์มหาราชดลให้เป็นจริงดังใจปรารถนา ในบริเวณนี้ยังมีค่ายหลวงจำลอง ภายในมีพระบรมรูปขององค์พระนเรศฯ พระเอกาทศรส และพระสุพรรณกัลยา ในห้องโถงกลางค่าย รอบๆ จะเป็นห้ององครักษ์ และห้องศาตราวุธ แต่ในห้องจะจัดจำลองข้าวของเครื่องใช้ของทั้งสามพระองค์ ไว้ให้ชมกัน



จากนั้น..ก็เดินทางต่อไป ก่อนเข้าสูเมืองไชยปราการ แวะชมวัดถ้ำตับเตา เคยตั้งใจเอาไว้ว่าจะมาแวะ แต่พอมาถึง...ถึงกับร้องว้า...! ไม่เห็นเหมือนในรูปเลย ฮะฮ่าฮ่า! มันจะเหมือนได้ยังไง ก็รูปที่เห็นนั้นผ่านไปตั้งหกเจ็ดปีมาแล้ว แต่ก็สวยนะ เย็นร่มรื่น ตะไคร่เขียวคลุมไปทั่วบริเวณตรงไหนขึ้นได้ เกาะได้เป็นเกาะขึ้นหมด คงเป็นเพราะอากาศที่นี่ชื้นเย็นด้วยกระมัง.. คะแนนความสวย ๙๐% น่ามาเที่ยว ๘๐%..

ด้านบนมีถ้ำสองคูหา ถ้ำหนึ่งเป็นถ้ำมืด อีกถ้ำเป็นถ้ำสว่าง ในถ้ำสว่าง เราสามารถเข้าชมได้เอง ..บูชาดอกไม้ ธูปเทียน ที่ศาลาด้านล่าง ชุดละ ๑๐ บาท ผมต้องการแค่ช่อเดียว แต่ไม่มีเหรียญ จึงเอาแบงค์ยี่สิบในลงไปในขัน หยิบดอกไม้มา ๒ ชุด..  แล้วเดินขึ้นไปตามบันไดไปสู่ถ้ำสว่าง

เมื่อพ้นบันไดไปยืนอยู่หน้าถ้ำ ลมพัดเอากลิ่น ชื้น เย็น ออกมาจากในถ้ำ พอเดินเข้าไปข้างในเห็นมีปล่องทั้งด้านบนและด้านล่าง ด้านบนเปิดช่องให้แสงสว่างเข้ามา ขณะที่ด้านล่างช่วยระบายอากาศ ทำให้ลมพัดอยู่ตลอด



ด้านหนึ่งมีพระประธานองค์ใหญ่ ปลายเศียรจรดเพดานถ้ำ มีพระพุทธรูปขนาดต่างๆ รายรอบอยู่ด้านหน้า ทุกองค์สงบ..นิ่ง ไม่มีใคร ไม่มีคน ผมจึงสงบนิ่งตาม.. พร้อมจุดธูปเทียน บูชาดอกไม้กับองค์พระ ส่วนอีกชุดหนึ่งวางไว้บนพานข้างกระถางธูป เสร็จแล้วไปปิดทองที่นิ้วมือองค์พระ คงปิดได้ที่ตรงนี้..หากคิดจะปิดทองหลังพระคงต้องได้ปีนกันเป็นแน่แท้
 
จากถ้ำสว่างเดินเลาะตามทางเล็กๆ เลียบหน้าผาไปอีกฝั่งหนึ่งของภูเขาเพื่อไปถ้ำมืด ลึกกว่า มืดกว่า.. จะเข้าชมต้องมีคนนำทางเข้าไป ค่าบริการสำหรับนักท่องเที่ยวคนละ ๑๐ บาท แต่ถ้ามาคนคนเดียวคิดเหมาไปเลย ๑๐๐ บาทเป็นค่าไฟส่องสว่างและคนนำทาง จึงได้แค่ชะเง้อเข้าไปจากหน้าถ้ำ..

 เที่ยวเพลินๆ หิวแล้วนะ เมื่อเดินทางเข้าเขตอำเภอไชยปราการ สายตาสาดส่องหาที่กิน เห็นป้าย ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ติดไว้ตลอดทาง ..เกิดอาการอยากชิม แล้วก็ได้ชิม ^_^ อร่อยมากขอบอกต่อ เจ้าของร้านใจดี้ดี ผ่านมาทางนี้แวะทานได้ ร้านตั้งอยู่เลยอำเภอไชยปราการมาเล็กน้อย แต่อยู่ในเขตอำเภอฝาง ก่อนถึงทางขึ้นดอยอ่างขาง


อิ่มแล้ว go go… ระยะทางอีกประมาณ ๒๕ กิโลเมตรบนแผนที่ ที่ครึ่งหนึ่งเป็นทางขึ้นเขาล้วนๆ แต่ไม่นานนักผมก็ได้ไปยืนอยู่กลางหุบเขานามว่า อ่างขาง อากาศดีมากๆ “สวัสดี...อ่างข่าง” พร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดให้เต็มที่
เริ่มต้นจากโครงการหลวงยามบ่าย ติดต่อขอคำแนะนำการท่องเที่ยวและที่พักในโครงการ ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว “อ่างขาง..” มีอะไรมากกว่าที่คิดไว้ แล้วถ้าใครมาเที่ยวช่วงเดือนนี้เป็นช่วงลดราคาห้องพักของโครงการฯ สามารถพักได้ในราคาถูกจนถึงต้นหนาว


          ตกลงว่าเข้าพักที่บ้านพักของโครงการ.. ยังไม่ทันได้ไปไหนเลยฝนตก อากาศเย็นเย็น อยู่อย่างคนเหงา.. ยามฝนตกความเหงาขยายเพิ่มอีกหลายเท่าตัว ตอนนี้คงทำอะไรได้ไม่มากไปกว่า.. มองสายฝนโปรยปราย ..อย่างเงียบๆ หน้าบ้านพัก

พอฝนหยุดจึงขับรถชมในโครงการสักรอบหนึ่ง ประทับใจต้นบ๊วยพันปี (เรียกเองให้กิ๊บเก๋ เพราะมันต้นใหญ่) จริงๆแล้วอาจจะมีอายุราวๆ สี่สิบห้าสิบปี ตามอายุของโครงการหลวงที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ แล้วพัฒนามาเป็นโครงการหลวงอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

แล้วคืนนี้..ก็ได้พักใจพักกาย ณ ห้องพักของโครงการ อ่านหนังสือที่ชอบ ฟังเสียงฝนที่ตกซ้ำมาเป็นระยะ ระยะ...เผลอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้เหมือนกัน




..มารู้ตัวอีกที เมื่อได้ยินเสียงเคาะโลหะบอกสัญญาณเวลา ๕ ครั้ง ลุกจากที่นอนมองลอดหน้าต่างออกไป ...สว่างแล้วแต่ดูมัวด้วยบรรยากาศข้างนอกมีหมอกลงราวกับว่าเป็นช่วงฤดูหนาว
       หกโมงเช้าวันอาทิตย์ แต่งตัวพร้อมเดินทาง แล้วไปชม “สวน๘๐” เดินชมสวนไป ถ่ายรูปไป รอเวลาทานกาแฟเช้านี้ฝากท้องไว้กับ “กาแฟดอยคำ” ในโครงการ ...กาแฟสดดำเข้มๆ อยู่บนโต๊ะหอมสดชื่น อากาศดียามเช้า เบื้องหน้าคือสวนดอกไม้หลากสี ช่วงเวลาประทับใจมักไม่ยืดยาว อีกประเดี๋ยวคงต้องเดินทางกลับแล้ว..


 



ก่อนออกจากโครงการเข้าสมสวนบอนไซ จริงๆแล้วต้องชมเป็นจุดแรก เพราะตั้งอยู่หน้าทางเข้าโครงการ แต่เมื่อวานนี้ฝนทำท่าจะตกเลยต้องเก็บเวลามาชมเช้านี้แทน ..สวยดี เป็นบอนไซจากไม้นานาพันธุ์ เช่นชา ต้นสน เมเปิ้ล บ๊วย เพาะเลี้ยงปรับแต่งสวยๆ ทั้งนั้น อยากเอาไปไว้ที่บ้านสักต้น ..
 
จากโครงการหลวงไปชมวิวที่จุดชมวิวขอบด้ง เชื่อได้มั้ยนะ ว่าเวลาขณะนี้ใกล้สิบโมงแล้ว หมอกยังคลุมยอดเขา มองไปบนถนนข้างหน้า มองเห็นได้ไม่เกินร้อยเมตร บนจุดชมวิวขอบด้งจึงมองเห็นแต่พื้นหญ้าและหมอกขาว
 
จากสวรรค์บนดินแดน “อ่างขาง” ต้องกลับไปสู่ความเป็นจริงของมนุษย์เงินเดือนตามวิถีชีวิตเดิม อย่างน้อยก็ได้มาเติมไฟ เติมพลังให้ชีวิตให้พร้อมอีกครั้ง.. วันนี้ต้อง บ๊าย..บาย “ดอยอ่างขาง”
  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  
11,236
7,135
4,233
14,607
1,685
12,429
10,973
8,177
14,840
13,587
  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:22 อ่านแล้ว : 4697 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 13 ก.ค. 2556 14:11:09 อ่านแล้ว : 4741 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 399 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:33 อ่านแล้ว : 4588 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 17 ต.ค. 2561 12:30:07 อ่านแล้ว : 6529 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 15 บาท
ดูทั้งหมด