สมัครสมาชิก   log in   ลืมรหัส   เพิ่มภาพ/วิดิโอ   เล่าเรื่องเที่ยว   แนะนำที่กินที่เที่ยว

Google

orther WeB
www.gotwodays.com





สร้างฝายถวายพ่อ ดอยผาส้ม อำเภอสะเมิง (ภาคสอง)
   เปิดอ่านแล้ว 7,899  ครั้ง


          เดิมทีเดียวไม่คิดว่าจะมีภาคต่อ เรื่องของงานสร้างฝาย แต่เราลืมไปว่ายังสร้างต่อได้เรื่อยๆ และจะปิดโครงการถวายในหลวง ในวันเฉลิมฯ 5 ธันวา.. ชมรมจึงต้องรวมตัวกันอีกครั้ง ครั้งนี้มีสองภารกิจคือ หนึ่งมอบความอบอุ่นและสิ่งดีๆ แก่น้องๆ โรงเรียนแม่ยางห้า ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง และอีกภารกิจก็คืองานสร้างฝายถวายพ่อให้สำเร็จ..
          เช้าวันเสาร์ ตามกำหนดการนัดหมาย เมื่อพี่กุล กลับจากไปรับของฝากบริจาคให้เด็กจากในเมือง งานเราจึงเริ่มขึ้นข้าวของต่างๆ ทั้งของบริจาค เสบียง ข้าวของเครื่องใช้ ถูกจัดอัดแน่นเข้าไปในกระบะรถทั้งสองคัน คราวนี้ไม่มี Off road ไม่มีหน่วยลุยไพร มีแต่มังกรเฒ่าและ D-Max 4x4=16 เท่านั้น ที่จะออกจากชมรมฯ และอีกส่วนหนึ่งจะรออยู่ที่ไร่สตรอเบอรี่

คนพร้อม รถพร้อม ล้อรถเลื่อน.. เราใช้เส้นทางเดิมคือ เชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง เส้นทางนี้สะดวกที่สุดแล้วในการเดินทางสู่เมืองสะเมิง เพียงชั่วโมงกว่านิดๆ เราก็มาถึงจุดนัดพบ “ไร่สตรอเบอร์รี่สะเมิง” ดร.พี เตรียมอาหารกลางวันไว้ให้เราแล้ว แต่ด้วยเวลาอันจำกัดจึงไม่อาจแวะทานกลางวันที่นี่ได้ จึงได้แต่เพียงพักรถ...เติมคาเฟอีน+น้ำตาลให้สดชื่น ปรึกษากันในทีม หนึ่งในนั้นคือครูที่เคยสอนอยู่ที่โรงเรียนแม่ยางห้า เห็นว่าควรออกเดินทางกันเลยเพราะโรงเรียนที่ไปนั้นอยู่ไกลพอสมควร.. แล้วอาหารที่เตรียมไว้ให้ ต้องจัดการห่อไปเป็นอาหารเย็น ^_^



บ่ายสาม ถึงโรงเรียนแม่ยางห้า เด็กๆ มารอแล้วและคาดว่ารอมานานแล้วด้วย แต่เราเองก็ไม่รอช้า รถจอดปุ๊บ รีบขนของลงด้วยความแข้งขัน อีกทั้งยังได้น้ำใจจากน้องๆ นักเรียนที่โตพอช่วยขนได้ ก็เข้ามาช่วย ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน อาจารย์ใหญ่ มาให้การต้อนรับเราอย่างอบอุ่นเช่นกัน
จากนั้นก็เป็นการมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ของเล่น เสริมทักษะ แก่น้องๆ




ครูที่นี่เล่าว่า... โรงเรียนแห่งนี้ดูแล้วไม่ค่อยกันดาร ไม่ลำบาก ...การเดินทางก็ไม่ยากนัก ทำให้ถูกมองข้ามจากทั้งภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ รวมถึงอาสาอย่างเราๆ ในการเข้ามาช่วยเหลือ เพราะส่วนใหญ่มุ่งไปในที่โรงเรียนกันดาร โรงเรียนที่มีการเดินทางลำบากมากกว่า บางโรงเรียนแต่ละปีมีกลุ่มคนหลายคณะเข้าไปช่วยเหลือซ้ำๆกัน.. การที่ชมรมเราเข้ามาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีของเด็กๆ และถ้าหากมีโครงการหรือการช่วยเหลือ-สร้างอาคารสนามกีฬา ก็นำมาที่โรงเรียนนี้ได้ ทางโรงเรียนยินดีต้อนรับ





กิจกรรมสุดท้าย คือแจกเครื่องกันหนาวแก่นักเรียน เสื้อกันหนาวโดยความอนุเคราะห์จากบริษัท เชียงใหม่ เบเวอเรช จำกัด (น้ำดื่มสิงห์) ให้แก่ผู้ปกครองที่มาร่วมต้อนรับคณะของเรา
....เรียบร้อยแล้วเป็นอันเสร็จขั้นตอนที่โรงเรียนเพียงแค่นี้

 
โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน.... คุณครูใจดีพาเราไปเยี่ยมชม สวนสตรอเบอร์รี่ ที่ครูปลูกไว้เอง ห่างจากโรงเรียนไม่กี่นาที ก็ถึงสวน..เบื้องหน้าคือดอยสูงเสียดฟ้า สันเขาเป็นเขตแดนระหว่างอำเภอสะเมิงกับอำเภอกัลยาวิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนเชิงเขาด้านล่างไล่มาถึงที่เรายืนอยู่คือ สวนสตรอเบอร์รี่ทั้งนั้น.. กว้างมาก เสียดายที่เราไม่สามารถเก็บได้ เพราะว่ามันยังสุกไม่เต็มที่และเพิ่งจะใส่สารกันแมลงไปเมื่อวานนี้... เสียดาย...








ปะ! ... เดินทางกันต่อ สู่ดอยผาส้ม...เส้นทางที่คุ้นชิน แป๊บบบบบ...! เดียวก็ถึง
 
คืนนี้สงบ ไม่มีลมไม่มีฝน ไม่หนาวไม่ร้อน แต่ร่างกายก็ได้รับสัมผัสความเย็น ที่ลมพัดเอามาจากยอดดอยลงมาปะทะกาย เป็นระยะ หลังอาหารเย็น กิจกรรมที่ดีที่สุดตอนนี้ คือการนั่งคุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น... โดยมี “แทน” หนุ่มหนวดเฟิ้มฉายา บินลาเดน..ผู้อาสามาดูแลศูนย์แห่งนี้  “ลุงดอน” หัวหน้าศูนย์ .. “ดร.พี” หัวเรี่ยวหัวแรง ในการดำเนินการ “อ้ายกุล” คนรัฐศาสตร์หัวก้าวหน้า พี่โอ๋ น้องเจี๊ยบและบรรดาหนุ่มสาวไฟแรง... รวมถึงเด็กๆ ที่อาจจะลุกเล่น ไป-มาบ้างแต่ก็ไปไหนไม่ได้ไกล เพราะว่าบริเวณห่างออกไป ...มืดสนิท
 
ควรแก่เวลา ดร.พี และลุงดอน กลับไปก่อน คนอื่นๆ แยกย้ายเข้าเต็นท์นอน เหลือเพียงเราสามคน อ้ายกุล.. แทน และผม คุยกันจนดึก....
 



เช้าอีกวันแล้วคับ... ตายละหว่า!!! ไม่มีใครขึ้นมาสบทบ ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่? ...คนมีแค่นี้ แต่..เมื่อมาแล้วคงต้องเดินหน้ากันต่อไป แต่ก่อนจะเริ่มงานเราไปเรียกพลังกันก่อน คือการขึ้นไปชมทะเลหมอก ที่วัดดอยผาส้ม โดยสารรถ 4x4 ขึ้นไป... เราทั้งหลายนั่งท้ายกระบะ ระหว่างทางเพียงไม่กี่กิโลเมตรรถขับผ่านหมอกหนา รู้สึกสัมผัสได้ว่ามันปลิวมาโดนหน้าเราเป็นเม็ดๆ จนเปียกชุ่ม
 
จอดรถที่ลานจอดรถ ข้างๆ รูปปั้นปู่ยักษ์ เรายกมือไว้สักการะก่อนเดินขึ้นบันได เดินทีละขั้นๆ พอหันหลังไปดู.... โห้!! ...สวยมาก แต่ที่เห็นไม่อาจเรียกได้ว่าทะเลหมอก ดูลักษณะแล้วต้องเรียกว่า ลำธารสายหมอก มากกว่าเพราะว่าธารหมอกที่เราเห็นนั้นอยู่ระหว่างภูเขาเห็นเป็นเส้นสุดสายตา

เดินขึ้นไปอีกนิดเพื่อกราบพระประธานและไว้พระธาตุดอยผาส้ม อธิษฐานให้ชมรมของเราทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามแรงปรารถนาด้วยเถิด ^_^


08.00 น. พร้อมกันที่หน้าเสาธง..เคารพธงชาติ ปฏิญาณตน-พิจารณาอาหาร ทานข้าวเช้า แล้วก็ไปสร้างฝายกัน ลุงดอน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมไว้ที่จุดสร้างฝาย เราเพียงเข้าไปตัวเปล่าพร้อมแรงกาย ไม่ไกลมาก... ครั้งนี้เราสร้างฝายเล็กๆ เป็นฝายชะลอน้ำ


จอบแรกเป็นของเรา ขุดเอาดินทรายและหินที่ฝังไม่แน่น ออกมาก่อน ช่วยกันคนละไม้ละมือขุดบ้าง เอามือดึงออกบ้างจนได้ที่แล้ว ก็เริ่มงานคอนกรีต เทตามแนวที่เราขุดไว้ จนถึงระดับหนึ่ง..ต้องทำท่อให้น้ำไหลผ่าน "อ้ายแทน.." สหายบ้านไพร ไปตัดลำไม้ไผ่ยาวสักสองศอก แล้วทะลุกลางลำให้เป็นท่อแล้ววางขวางแนวที่เราจะทำฝาย... แล้วเทปูนทับ... ค่อยทำไป เหนื่อยก็พัก


แล้วเหมือนปาฏิหาริย์ ...ของแรงอธิษฐาน ไว้กับพระธาตุดอยผาส้ม มีคนมาช่วยแล้ว เป็นชาวบ้านในพื้นที่ทั้งชายหญิงร่วม  20 คน ที่มาพร้อมกับ ดร.พี ลุงดอน และหลวงพี่ ทำให้การสร้างฝายรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ชายทำงานปูน หญิงก็ช่วยเก็บหินเรียงหิน มาวางทับ จนลืมน้ลืมอาหารกันไปเลย...








เพียงไม่นาน ฝายชะลอน้ำก็เสร็จเรียบร้อย ด้วยแรงพลังของพวกเราและชาวบ้าน ฝายของเรา น้ำของเรา ป่าของเรา



เสร็จแล้วเรากลับไปที่ศูนย์ ชำระร่างกายแล้วเข้านมัสการท่านเจ้าอาวาส พระสังคม ครูบาน้อย วัดศรีดอนมูล สารภี และพระสงฆ์ ที่อยู่ในที่นั้น ...ถวายปัจจัยและสิ่งของเครื่องใช้เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา และสมทบปัจจัยเพื่อไถ่ชีวิตโค-กระบือ
ที่จะทำพิธีในเย็นนี้แต่เราไม่อาจอยู่ร่วมพิธีได้ จึงได้ฝากชื่อลูกชายไว้เป็นชื่อลูกควายตัวหนึ่ง

เรื่องของเรื่องคือ ดร.พี บอกว่าวานนี้มีควายเกิดใหม่ตัวหนึ่ง ขอตั้งชื่อว่า “ดินดี” ดีมั้ย? ดูเป็นความหมายที่อุดมสมบูรณ์ดี แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครเรียกหรือเปล่า... แต่ผมยังจะจำไว้ว่าครั้งหนึ่งควายน้อยตัวนั้นชื่อ “ดินดี”
 
 

 
  

ท่านยังไม่ได้ online ...กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

  
4,366
5,201
7,899
5,923
5,676
10,968
7,177
10,355
5,470
8,713
  
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:41 อ่านแล้ว : 5054 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
ปรับปรุง : 13 ก.ค. 2556 14:11:09 อ่านแล้ว : 4734 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 399 บาท
ปรับปรุง : 19 พ.ย. 2558 21:40:28 อ่านแล้ว : 4665 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 399 บาท
ปรับปรุง : 9 ส.ค. 2556 13:29:09 อ่านแล้ว : 4547 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 299 บาท
ดูทั้งหมด