Google

By Google
www.gotwodays.com


เลือกภูมิภาค
เลือกจังหวัด


เที่ยวสร้างฝายเหนื่อยกายสุขใจ
   อ่านแล้ว 7,808  ครั้ง




ชมรมจิตอาสาเครือข่ายรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินภาคประชาชน (ภาคเหนือ)
...ภายในบริเวณอันจำกัด เต็มไปด้วยรถโฟร์วีล กับผู้ที่ไม่ฝักใฝ่การเดินทางบนถนน
..บ้างก็ว่า “ทางดีๆ มีไม่ไป!!” นั่นคือพี่ๆ กลุ่มออฟโรด Jeep Unity Club ภาคเหนือ และ Tanko 4WD Off Road Uttaradit ในทีมมี JEEP 3 คัน ZUZUKI 1 คัน TOYOTA  2 คัน กู้ภัยหยาดฟ้า และรถร่วมอุตรดิตถ์ อย่างละคัน และที่ขาดไม่ได้  Dragon Eye 2WD อีกหนึ่งคัน ^__^  
ตอนแรกคิดว่าไม่มีรถขนของเลยตกลงว่าจะไปรวมตัวกันที่ชมรมฯ แต่พอมาถึงของทุกอย่างถูกจัดบรรทุกใส่รถหมดแล้ว เพียงแต่รอฤกษ์สะดวกเพื่อเดินทางเท่านั้น สมาชิกในทีมการเดินทางเติมพลังด้วยข้าวต้มตอนเช้า ประมาณว่าถ้าหมดพลังข้าวต้มก็ต้องหยุดทำงาน...เป็นอย่างนั้น



     เก้าโมงกว่าล้อรถเลื่อนสู่.... สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ พอมาถึงน้องชมรมรถเครื่อง เชียงใหม่คลาสสิก มารออยู่ก่อนแล้ว..รถเยอะมากกกก พลังรถเครื่องเฒ่า! กิจกรรมที่บ้านเวียงพิงค์ก็เริ่มขึ้นด้วยเสียงเพลงที่ทางชมรมฯจัดมาให้


ร่วมด้วยพิธีกรและผู้ดำเนินรายการ ผู้นำกิจกรรม คนเก่ง พี่แป๊ะ จากอุตรดิตถ์ ทำกิจกรรมกับเด็กได้ไม่ขัดเขินลื่นไหลไปได้ แบบว่ามืออาชีพเลยนะครับ หลังจากกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ แล้วก็พาน้องบ้านเวียงพิงค์ทานอาหารกลางวันร่วมกัน....จบหนึ่งภารกิจ



...เดินทางสู่เมืองสะเมิง จากแม่ริม-แม่สา-โป่งแยง สู่เมืองสะเมิง ระหว่างทางฝนโปรยลงมาเป็นระยะ ค่อยๆขับตามกันไป ตอนนั้นยังนับไมได้ว่ามีใครบ้าง เพราะหลังจากเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆแล้ว บางส่วนต้องกลับไปสะสางภารกิจก่อน



ผ่านระยะทางกว่าสามสิบกิโลเมตร ถึงสามแยกหน้าอำเภอสะเมิงเราจอดรวมพลกันก่อนการเดินทางช่วงที่ 2 จะเริ่มขึ้น แต่เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ผมขอแยกตัวไปเตรียมเสบียงสำหรับเด็กหนึ่งคน...ซึ่งตอนนี้แอบหลับอยู่หลังที่นั่งคนขับ เธอหลับตั้งแต่เริ่มออกจากแม่ริมแล้วครับ เพราะฝนตกตกอากาศเย็นๆ กับเส้นทานที่คดเคี้ยว คงทำให้หลับสบายเลย...



     ยังพอมีเวลาเหลือ ไปแวะร้านกาแฟที่ไร่สตรอเบอร์รี่สะเมิงของเพื่อนหล้า-อ้ายหนุ่ย สั่ง กาแฟเย็นเข้มๆ ไม่มันหวานน้อย กับ กาแฟดำร้อนๆ รวมสองแก้วชดเชยสำหรับมื้อเช้าด้วย   วันนี้กาแฟยังไม่ตกถึงท้องสักหยดเลยครับ แล้วก็เดินดูรอบๆ บริเวณไร่สตรอเบอร์รี่ ยังคงเหลือต้นให้เห็น บรรยากาศยังคงร่มรื่นเย็นสบาย สะเมิง น่าจะเป็นทางเลือกของการท่องเที่ยวธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ที่สำคัญไม่ไกลจากเมืองเชียงใหม่ เดินทางเพียงไม่ถึงชั่วโมงเราก็ได้มาสูดอากาศบริสุทธิ์ ในอ้อมกอดแก่งขุนเขาเมืองสะเมิงแล้ว


....เต็มที่กับกาแฟแล้ว จึงออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแบบเบาๆ สักพักพี่ๆ กลุ่ม JEEP ก็ตามทัน ผมให้พี่ๆ ล่วงหน้าไปก่อน 2 คัน  จากนั้นผมก็แทรกเข้าไปในแถวเป็นคันที่ 3 แล้วหลังจากนั้นผมต้องทำให้กระบะ 4 ล้อ ทูว์วีล ให้มีความเร็วและสมรรถนะเทียบเท่า JEEP 4x4 โอ๊ย... เหนื่อย ^___^
เส้นทางช่วงสะเมิงขุนขานไม่เท่าไหร่ พอมีดีอยู่บ้าง ... (บางช่วง) ส่วนใหญ่เป็นหลุมเป็นบ่อ หลังจากนั้นเลี้ยวเขาสู่ถนนในหมู่บ้าน ดีขึ้นมาหน่อยไม่มีหลุมมากนักคงเป็นเพราะไม่ค่อยมีรถผ่านเข้ามา
 


ด้วยความอดทนและอดทน ทุกคนก็มาถึง "ห้วยบง" หรือ ศูนย์ปฏิบัติการ เศรษฐกิจพอเพียง วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ที่ที่จะเป็นที่พักของเราคืนนี้ พักเอาแรง... ไม่รู้ว่าพี่ๆ เขาจะหมดแรงข้าวต้มหรือยังนะ! คนพักรถก็ต้องพัก รถทุกคันถอยท้ายเข้าจอดที่ลานหน้าเสาธง Off road 4x4 ถอยขึ้นจอดบนพื้นที่ลาดชันเพื่อประหยัดพื้นที่ อะฮ่า! Dragon eye ของเราเหมือนเด็กเลยตัวเล็กๆ แบนๆ สงสัยว่าจะขึ้นยอดดอยไม่ไหวแน่...




ณ ลานจอดรถวัดฯดอยผาส้ม ปู่ยักษ์ผู้รักษายอดดอยและผืนป่าแห่งนี้ยืนตระหง่านเฝ้าอยู่ที่บันไดทางขึ้น ปู่ยักษ์เขี้ยวใหญ่ ยาวโค้ง ร่างกายสีเขียวน่าเกรงขาม มือขวาถือท่อนไม้ใหญ่ มือซ้ายชี้ลงมาตรงทางที่เราขึ้นมาเสมือนว่าชี้มาตรงหน้าเราก็ไม่ปาน
     ยกมือไหว้ปู่ยักษ์แล้วทยอยเดินขึ้นบันไดอีกช่วงหนึ่ง มาถึงที่นี่แล้วยังไงก็ต้องเดินขึ้นละครับ เดินขึ้นได้อย่างสบายๆ ไม่พอเหนื่อยประกอบกับมีวิวภูเขาและทิวไม้สวยให้ชมเป็นระยะ ตลอดช่วงเวลาที่พักเหนื่อยระหว่างทาง







ฟ้าครึ้มๆ ทำให้วัดมืดลงทั่วทั้งบริเวณ แต่พระบรมธาตุองค์เดิม สีขาวยังเด่นในใจกลางพระมณฑปจตุรมุข ศาลาหลังใหญ่ สวยงาม... ถัดมาเป็นพระอุโบสถสีขาวเรียบง่ายเป็นสิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาที่แปลกตา ไม่มีลวดลาย แต่เป็นสีขาวทั้งหลัง ตัดขอบด้วยสีน้ำตาลเนื้อไม้ของหน้าต่าง ประดิษฐานองค์พระประธาน พระพุทธนิมิต สีทองทั้งองค์อร่ามสุกใสอยู่กลางห้อง สักพักท่านเจ้าอาวาสก็มา ..กลุ่มของเราเสวนากับท่านถึงความเป็นมาเป็นไป นำโดยท่าน ดร.พี (เขียนชื่อผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยมา ณ ที่นี้นะครับ) ...คุยได้เรื่อยๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่ภัยพิบัติ การป้องกัน การรับมือกับภัยธรรมชาติ และสุดท้ายท่านเจ้าอาวาสท่านฝากเก็บขี้ช้างที่กองอยู่ข้างทาง โยนเข้าไปในคอกหมูให้ด้วย เราตก ปากรับคำท่านเจ้าอาวาสไว้ ปฏิบัติเป็นภารกิจแรกในพรุ่งนี้เช้า


นอนหนึ่งคืนที่ห้วยบง...
หลังอาหารเย็น อิ่มนำสำราญกันแล้ว พี่ๆ กลุ่มออฟโรด คงปรึกษาวางแผนการทำงานกัน เคล้าเสียงเพลงเบาๆ แว่วๆ เบาบ้างดังบ้างสลับกัน งานนี้มีนักร้องเกิดใหม่หลายคน ^__^ ส่วนผมขอตัวและหัวใจเข้าเต็นท์ไปก่อนละ เก็บแรงไว้กลัวตื่นสาย ไม่ทันเก็บขี้ช้าง...good night













เช้าวันที่สอง...


     ตื่นขึ้นมาแบบเต็มร้อย หาทานกาแฟก่อนอันดับแรก 3 in 1 กาแฟที่หาได้ง่ายสุดในตอนนี้ แกล้มกับถั่วแระต้ม ที่เหลือจากเมื่อคืนนี้พออิ่มท้องได้ระดับหนึ่ง อีกประเด๋วเราจะไปเก็บขี้ช้างกัน นำโดย อาจารย์ ดร.พี น้องเจี๊ยบ พี่โอ๋ พี่ไพรและครอบครัว น้องดิว สนิมล้านนา กับน้องจากกลุ่มมอไซค์คลาสสิก...ที่เมื่อคืนแอบขึ้นไปนอนกับท่านเจ้าอาวาสบนยอดดอย..

     เราเดินจากบ้านพักมาที่ทางแยกเข้าศูนย์ฯ ทางซ้ายมือตอนเราเข้ามามีคอกหมูอยู่ พอมาถึงคอกหมูท่านเจ้าอาวาสก็มาพอดี ท่านทักทายและดูเราเริ่มปฏิบัติภารกิจแรก ขี้ช้างเก่าๆ คงถูกเก็บและขนมาจากหลายๆที่ มากองสะสมและหมักหมมไว้ น่าจะได้ที่แล้ว...เราก็ขนขี้ช้างกัน อ.ดร.พี เข้าไปในคอกหมูแล้ว ตามด้วยพี่ไพรและลูกชาย ที่ต้องคอยเทขี้ช้างออกจากถุง เราต่อแถวกันขนขี้ช้างโดยที่ไม่ต้องมีใครสั่งหรือร้องขอ จาก มือสู่มือ ถุงต่อถุง ต่อๆ กันไป จนหมดที่เป็นถุงๆ ก็ต้องโกย-หยิบ ขี้ช้างที่เป็นก้อนๆ อีก จนหมดภายในเวลาไม่นาน ปฏิบัติการเก็บขี้ช้างโยนคอก คงไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เนื่องจากคอกหมูอยู่กลางแจ้งพอฝนตกก็เปียกแฉะ จุดประสงค์หลักต้องหาวัสดุมารองไม่ให้แฉะ หมูจะได้กินอิ่มนอนอุ่นหุ่นไม่เกี่ยว

ท่านเจ้าอาวาสอยู่ดูจนเราขนขี้ช้างเสร็จแล้ว ท่านก็เข้าไปในศูนย์ฯก่อน เราล้างมือที่ฝายชะลอน้ำ ที่กลุ่มอาสารุ่นก่อนๆ มาก่อสร้างไว้เป็นระยะตลอดลำห้วย ล้างมือสะอาดแล้ว แต่ล้างกลิ่นได้ไม่หมด ยังเหม็นติดมืออยู่เลย...
เดินไปแล้วก็เดินกลับ....









ยังไม่ทันได้นั่งพัก “ลุงดอน” หัวหน้าศูนย์ ก็เรียกรวมพล เรียงหน้ากระดาน 3 แถวเพื่อร้องเพลงชาติ (ตื่นสายต้องมาร้องเพลงชาติตอน 09.00 ^_^) ปฏิญาณตนและพิจารณาอาหาร ก่อนทานอาหารและปฏิบัติภารกิจต่อไป

 





ได้เวลาอาหารเช้าที่โรงอาหาร ที่ทานก่อนไปเก็บขี้ช้างตอนนี้ย่อยไปหมดแล้วครับ อาหารเช้านี้ ข้าวต้มเครื่อง ต้มเท้าไก่ ผัดมะระวุ้นเส้น และหมูปิ้ง พออิ่มกันแล้วก้อมารวมตัวกันที่ศาลาเพื่อทำภารกิจต่อไปคือถวายเทียนพรรษาและมอบของให้กับโรงเรียน(ศูนย์ฯห้วยบง) ข้าวสาร อาหารแห้ง จตุปัจจัย ว่าเอาเปิง.... (พูดให้คล้องจองและเหมาะสม)















09.59 น. รถ 4x4 off road พาเราเข้าไปในบริเวณที่สร้างฝาย เป็นฝายที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขวางทางน้ำแห่งนี้ โดยศูนย์ฯ และชาวบ้านได้ช่วยกันดำเนินการสร้างคันดินไว้ส่วยหนึ่งแล้ว หน้าที่เราวันนี้คือเทซีเมนต์ลงร่องระบายน้ำ...พร้อมแล้วลุยๆ




คนละไม้คนละมือ มีรถโม่ทุนแรง 1 คัน แต่ทุ่นแรงเฉพาะการโม่หรือการผสมปูนซีเมนต์ เรายังต้องช่วยตักทราย-หิน-ปูน ใส่ลงในถังอยู่ดี อย่าท้อ...
และที่ต้องทำแน่นอนคือต้องใช้สองแรงมือและแรงกายทั้งหมดเทปูนลงในกระบะ เติมน้ำ ทราย คนให้เข้ากัน แล้วเติมหินคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทุกคนเท่าเทียมกันไม่มีหัวหน้า ไม่มีลูกน้อง ไม่มีผู้คุม มีแรงมากทำมาก แรงน้อยทำน้อย เหนื่อยก็หยุดพัก ถังแล้วถังเล่า ส่งต่อๆ กันไป ทราย-หิน-น้ำ-ปูน.....





สองชั่วโมงผ่านไป กับการทำงานอย่างเต็มที่ คนที่ทานข้าวต้มมาน้อยตอนนี้คงหมดแรงไปบ้างแล้ว พักเอาแรงทานอาหารกลางวันกัน... ใครเริ่มปวดเนื้อเมื่อยตัว ก็ไปจิบยาต้มของชาวบ้านได้ ผมลองดื่มหนึ่งจอกกระบอกไม้ไผ่ อุ่นๆ จากหม้อต้ม... "ชื่นใจ" แก้กระหายคลายเส้น
ภาคบ่ายเราลุยกันอีกครั้ง... คราวนี้พลเมืองชมรมอาสาฯ เริ่มเบาบาง บางส่วนต้องกลับออกไปก่อน เนื่องจากติดภารกิจอื่น คนที่เหลือจึงช่วยเหลือกันตามกำลัง ลำเลียงทราย-หิน-ปูน ลงในถังโม่... จนหมดเวลาที่เราพอจะอยู่ได้
ต้องบอกก่อนว่าครั้งนี้เราทำด้วยใจจริงๆ ไม่มีใครบังคับมา คนแปลกหน้าแปลกถิ่น มาทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน เกิดไมตรีที่ดีในที่ทำงาน ขอบคุณทุกคน ที่ร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ขอบคุณจังหวะชีวิตที่ทำให้ได้มีโอกาสมาเจอกัน ...ขอยืนยันว่า คราวหน้าถ้ามีเราจะไปอีก



 


Writer : pongrawee   Update : 9 ก.ย. 2555 00:00:00
  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น


  
ปรับปรุง : 9 ส.ค. 2556 13:29:09 อ่านแล้ว : 5189 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 299 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:39:41 อ่านแล้ว : 5726 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:51 อ่านแล้ว : 5163 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 79 บาท
ปรับปรุง : 11 ก.ค. 2556 08:38:29 อ่านแล้ว : 5386 ครั้ง ราคาเริ่มต้น : 550 บาท